วันอาทิตย์ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2558

เส้นทางสู่ความสำเร็จ สูตร เป็นจริงได้

มีอินบล็อค ขอให้พี่มดแนะนำ แนวทางการปลุกพลัง ให้เชื่อว่า "เราทำได้" 
.
ขอเริ่มต้นด้วยเล่าเส้นทางการเดินทางบนธุรกิจของตัวเอง ให้เรียนรู้จากประสบการณ์ตรงก่อนนะค่ะ ว่ากว่าจะมาเป็นทุกวันนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย เราผ่านอะไรมามากมาย ขอแต่ให้มองปัญหาอุปสรรค เป็นสิ่งท้ายทาย เป็นโจทย์ที่ทำให้เราเติบโต
.
จุดเริ่มต้นของการทำธุรกิจ ความเป็นมา
วิเคราะห์ตัวตน 
ด้วยความที่ตัวเองเคยเป็นคนไม่มีมาก่อน พอมีลูก ด้วยความรักที่มีให้เขา ด้วยพลังของความเป็นแม่ แล้วย้อนนึกถึงสิ่งที่ตัวเองเคยผ่านมาในอดีต ไม่อยากให้เค้าลำบากเหมือนที่เราเคยผ่านมา ถึงตอนนี้ก็คิดว่าเราน่าจะมีรายได้เพิ่ม เพื่อที่ถ้าลูกโตขึ้นจะได้ไม่ลำบาก เหมือนที่ตัวเองเคยประสบมา ก็เริ่มมองหารายได้เสริม ความที่ตัวเองเป็นคนชอบค้าขาย ก่อนที่จะเรียนปริญญาโทก็หาค่าเทอมด้วยการร้อยคริสตัลขาย เลยคิดว่า สิ่งนี้แหละน่าจะเป็นตัวตนเรามากที่สุดแล้ว

มองโลกตามความเป็นจริง
เมื่อตัดสินใจว่าจะค้าขาย ก็มาคิดวิเคราะห์ว่าจะขายอะไรดี โดยการวิเคราะห์ปัญหา อุปสรรค ข้อจำกัด และโอกาสความเป็นไปได้ โดยเปรียบเทียบ ระหว่าง สินค้า ตลาด ลูกค้า และข้อจำกัดของเราเอง 
เช่น 
อาหาร ขายได้แน่ๆ แต่ติดข้อจำกัดเรื่องเวลา สถานที่ อุปกรณ์ ฝีมือไม่น่าจะประทับใจผู้ชิม
คริสตัล ทำเป็น แต่เวลานี้เป็นช่วงตลาดขาลง หมดความต้องการของลูกค้า
เสื้อแฟชั่น กระเป๋า รองเท้า ขายได้แน่ๆ แต่เป็นคนไม่แต่งตัว ไม่น่าจะนำเสนอสินค้าได้ดี เพราะเป็นคนแต่งตัวเรียบๆ กระเป๋า รองเท้า มีอย่างละชิ้น 
ลงตัวที่เสื้อผ้าเด็ก เด็กไม่ต้องอธิบายเรื่องแฟชั่น ไซด์เปลี่ยนบ่อย ยังไงก็ต้องซื้อ และพอมีความรู้เรื่องเสื้อผ้าเด็กอยู่บ้าง 
ก็สรุปลงตัวที่เสื้อผ้าเด็ก

3ท ทำทันที
เมื่อตัดสินใจจะขายเสื้อผ้าเด็ก ก็ต้องมาคิดต่อว่า เสื้อผ้าเด็กตัวไหนที่จะตรงตามความต้องการของตลาด สิ่งที่เราๆท่านๆ เข้าใจก็คือ เสื้อผ้าเด็ก ต้องมือหนึ่ง ต้องแบรนด์เนม แต่ราคาไม่สูง ยิ่งพวกราคาต่ำกว่าห้างนี่ จะแหล่มมาก ตรงกับจิตใจคนไทย ของดีราคาถูก เมื่อคิดได้อย่างนั้น ก็เริ่มหาแหล่งซื้อ ไปเจองานเกินออเดอร์ส่งออก ตอนนั้นมีเงินทุนอยู่ 3หมื่นทุ่มสุดตัว สั่งมากองเต็มบ้านเลย

“มองปัญหาเป็นโอกาสและความท้าทาย”
เมื่อได้เสื้อผ้าเด็กมาแล้ว ก็ปลื้มและชื่นชมกองผ้าที่ได้มา และเริ่มขายทันที ที่เว็บที่เปิดไว้ tulbabyshop แล้วก็ทำตามหลักเปี๊ยบเลย ไปโฆษณาตามที่ต่างๆ ปรากฏว่าขายไม่ออกเลย ก็ลองเปลี่ยนไปขายตลาดนัด ในวันหยุด ก็ขายไม่ค่อยดี ออกตลาดนัดอยู่หลายเดือน ขายไปได้ทั้งหมดประมาณ 20% แต่สุดจะขาดทุน เพราะหมดไปกับ ค่าที่ ค่าเช่า ค่าไฟ ค่ารถ ค่าน้ำมัน ค่ากิน เริ่มรู้สึก เหนื่อย ท้อ ประจวบเหมะกับภารกิจประจำกระหน่ำมาด้วย ก็คิดว่าพักผ้ากองนี้ไว้ก่อน ไปหาอย่างอื่นมาทำก่อนมันต้องมีอะไรซักอย่างที่ขายได้ แล้วเรายังหาไม่เจอ ก็ท่องเว็ปไปเจอว่ามีการขายเสื้อผ้าเด็กมือสอง ของญี่ปุ่นจากความผิดพลาดครั้งแรก คือซื้อมาขายโดยที่ไม่ได้ตามไปดูการขายของร้านขายปลีกทั่วไปว่าเป็นอย่างไร ไม่ได้ศึกษาความต้องการของตลาดอย่างลึกซึ้ง ถึงพลาดไป รอบนี้ไปส่องร้านขายปลีกหลายร้าน ดูจากความสนใจของลูกค้า ดูจากเสื้อผ้าที่ขาย ความน่ารักต่างๆ ดูจากผลตอบรับที่ลูกค้าซื้อ คือขายดีมาก โพสปุ๊ปคนแย่งกันจอง เลยคิดว่าเสื้อผ้าเด็กมือสองญี่ปุ่นนี่แหละเป็นตัวที่สนใจในลำดับถัดไป
เริ่มจากการขายเสื้อผ้าเด็กมือสอง ชื่อร้านtulbabyshop
เพราะเป็นสิ่งที่ถนัดมากกว่า และเริ่มรู้ตัวว่ามีความสุขทุกครั้งที่เห็นผ้าเด็กน่ารัก กุ๊กกิ๊ก 
หลังจากที่ติดตามร้านขายปลีกได้ซักพัก ก็ตัดสินใจสั่งมาขาย คราวนี้ เนื่องจากทุนน้อยลง และมีประสบการณ์มากขึ้น ก็สั่งจากแม่ค้าบนเน็ตมาทดลองทีละน้อย ปรากฏว่า ผลตอบรับดีมาก กำไรเป็นกอบเป็นกำ ทำให้คิดหาแหล่งที่มา หรือต้นกำเนิดผ้ามือสองว่าเค้ารับกันมาจากไหน 
จากความพยายามที่จะหาผ้าสวย เป็นอีกจุดเจ็บครั้งที่สอง 
เจอร้านขายส่งนับชิ้นหัวผ้าจากแหล่ง ความที่ทดลองขายมาแล้ว ผลตอบรับดีเยี่ยม ปัญหาเรื่องคนซื้อไม่มีแน่ ก็รวบรวมเงินทั้งหมดที่มี สั่งคัดหัวผ้าจากแหล่ง เมื่อวันของมาส่งใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว อยากเลิกงานไวๆ กลับไปดูผ้า ว่าจะสวยงามเพียงใด กลับถึงบ้านเห็นผ้านี่แทบช็อค เราสั่งคัดตัวละ 35 บาท ยอดรวมหลักหมื่น เพื่อขายปลีก 70 บาทขึ้นไป แต่บางตัวที่ได้มาขายยังไม่ได้
ท้อแต่ไม่ถอย
หลังจากสั่งคัดแล้วได้ผ้าสภาพแบบนั้น ก็เริ่มหาต้นตอเสื้อผ้ามือสองอย่างแท้จริง เราจะต้องเจอเถ้าแก่ต้นทางให้ได้ ด้วยความไม่ย่อท้อ ตามหาร้านขายส่งกระสอบเสื้อผ้ามือสองจนเจอ ก็กู้เงินมาลงทุน ราคากระสอบหมื่นกว่าบาท ก็สั่งมาลองดู ปรากฏว่า โลกไม่ได้เลวร้ายอะไรมากมาย กระสอบที่เปิดสวยมาก และพลิกฟื้นจากหมดตัว มามีทุนสำหรับค้าขายอีกครั้ง

กล้าเปลี่ยนแปลง
ขายดิบขายดีมาได้ซักพัก ก็ประสบปัญหาเนื่องจากเรามีงานประจำ แล้วการขายปลีกมีรายละเอียดมาก เราต้องวัดไซด์ ต้องใช้เวลากว่าจะลงขายได้ คอยตอบลูกค้าทั้งวัน ว่าลูกพี่ใส่ได้มั้ย ลูกหนูใส่ได้มั้ย อันนี้เราไม่สามารถตอบสนองลูกค้าตรงนี้ได้ พองานประจำบีบรัด ก็ไม่ได้ลงขาย เลยต้องปรับเปลี่ยนวิธีการขาย จากที่ขายปลีกก็เปลี่ยนมาขายทีละ 30-50 ตัว

พัฒนาอย่างก้าวกระโดด
ช่วงจังหวะนั้น เสื้อผ้ามือสอง เป็นที่ต้องการของตลาดมาก เราเล็งเห็นทิศทางของตลาด จากความต้องการของลูกค้า ที่เปลี่ยนจากการซื้อปลีก มาเป็นซื้อที่ละเยอะๆ สุดท้าย ร้องขอซื้อ เป็นกระสอบ ก็ตัดสินใจทันทีว่าจะขายส่งกระสอบ ในขณะที่ไม่มีเงินลงทุนซื้อกระสอบมาตั้งที่บ้านเป็นจำนวนมาก ก็ตัดสินใจขายโดยไม่ใช้เงินลงทุน แต่ใช้วิธีการเป็นนายหน้า หรือสมัยนี้ ใช้คำว่า Drop ship ก็เริ่มต้นโดยไปเอารายการขายของร้านที่เราซื้อมาโพสที่เว็บตัวเอง และบวกราคาเพิ่มไป เวลาลูกค้าสั่ง เราก็โทรสั่งไปทางร้านขายส่งอีกที ให้เค้าส่งให้โดยให้ใส่ชื่อเราเป็นคนส่ง ทำแบบนี้ จนร้านมีชื่อเสียงถึงได้ลงทุนสั่งมาสต็อคที่ กทม.

อุปสรรคมีไว้พุ่งชน
ในปีน้ำท่วมใหญ่ เมื่อปี 2556 ในช่วงที่น้ำกำลังมา กทม. ประกาศว่าเขตที่อยู่ คือบางบอน 1 น้ำไม่มา แน่ๆ เป็นเขตปลอดน้ำ เราก็ไม่ได้ขนผ้าหนี ปรากฏว่าอยู่ดีๆ แค่ชั่วข้ามคืน ก็ประกาศว่าผันน้ำมาคลองราชมนตรี ซึ่งเป็นคลองที่ติดกับโกดังเก็บผ้า ตอนนั้นแบบช็อค เพราะแค่ข้ามคืน ผ้าที่อยู่แถวล่างจมน้ำ แต่มองในแง่ดี เรายังโชคดี ก็ขนหนีน้ำไปได้ 60 กระสอบ ไว้ต่อทุน

ผู้นำการเปลี่ยนแปลง
เนื่องจากคุณภาพผ้าในกระสอบเสื้อผ้ามือสองไม่เสถียร ลูกค้าผ้ากระสอบเริ่มลดลง แนวการซื้อเสื้อผ้าของลูกค้าเปลี่ยนไป จากการที่เคยกล้าซื้อกระสอบ 100 กก. เปลี่ยนมาคัดผ้าถึงแม้ว่าต้นทุนต่อตัวจะสูงกว่าการยกกระสอบ แต่ข้อดีคือไม่เสี่ยง เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า เราเป็นเจ้าแรก ที่ตัดสินใจเปลี่ยนรูปแบบการขาย จากเดิมที่ลูกค้าต้องยกกระสอบไปทั้ง 100 กก. หรือ คัดเองจากกระสอบ เป็นคัดแยกเกรดผ้า แล้วเอาขึ้นราวให้ลูกค้าคัดเป็นตัวๆ เลย ข้อดีคือลูกค้าจะได้แนวผ้าตามสไตล์ของร้านตัวเอง ไม่ต้องถูกบังคับซื้อตัวที่ไม่ใช่ และกำหนดขั้นต่ำที่ 50 ตัว จากที่เมื่อก่อนคัดเองจากกระสอบต้องคัดที่ 100 ตัวขึ้นไป ซึ่งผลตอบรับกับแนวการขายดีมาก 
ลูกค้ามีเงินลงทุนขั้นต่ำแค่ 1500 บาทก็สามารถเปิดร้านขายผ้ามือสองได้เลย

สร้างแบรนด์สำคัญ
ทำอย่างไรให้คนรู้จัก เรียกง่ายๆ จำง่าย นึกถึงสินค้าชนิดนี้ ก็นึกถึงเรา

รู้จัก ทดลองใช้ ใช้ซ้ำ บอกต่อ
การตลาดเป็นสิ่งสำคัญ ร้านทำตลาดหลักๆ ที่เดียวคือบนอินเตอร์เน็ต ใช้ครบ ทั้งเว็บ เฟสบุ๊ค อินสตราแกรม เว็บฟรี ฯลฯ เชื่อหรือไม่ว่า พ่อค้าแม่ค้าขายเสื้อผ้ามือสอง ที่ตลาดนัด แต่ต้องค้นหาร้านขายส่งบนอินเตอร์เน็ต ตลาดบนอินเตอร์เน็ต เป็นตลาดที่กว้างใหญ่ไพศาลมาก และถ้าคุณมีรู้แบบการตลาดที่เหมาะสม และมีประสิทธิภาพ ลูกค้าจะเข้ามาหาเราเอง 
แต่เมื่อเราใช้การตลาดดึงลูกค้ามาหาเราแล้ว คุณภาพของสินค้า ก็ต้องสามารถจูงใจให้เค้ากลับมาใช้ซ้ำ และชื่นชอบในคุณภาพจนกล้าการันตี กับคนอื่นว่าสินค้าเราดีมีคุณภาพ

เอาใจเขามาใส่ใจเรา
ทำธุรกิจแบบพี่น้อง คนในครอบครัว ให้คำแนะนำ ใส่ใจ ดูแล เป็นห่วงเป็นใจลูกค้า เป็นที่พึ่งตลอด เป็นทั้งที่ปรึกษา พี่เลี้ยง บางทีเหมือนแม่ ที่ให้เอาของไปขายก่อนแล้วค่อยผ่อนทีหลัง ดูแลกันดุจญาตมิตร สร้างความผูกพัน นี่เป็นสิ่งที่ทำให้ ร้านเรา ยืนอยู่มาได้เกือบ 10 ปี
ตอบโจทย์ของร้านขายปลีก ด้วยการสรรหาอุปกรณ์ในการเปิดร้านครบครัน มาไว้บริการเรียกว่าถ้าจะเปิดร้านขายเสื้อผ้า มาที่นี่ที่เดียว ได้อุปกรณ์ครบ ตั้งแต่ราว ไม้แขวน หุ่น น้ำยาซักผ้าขาว น้ำหอมฉีดผ้า น้ำยาปรับผ้านุ่น น้ำยากัดสนิม เป็นต้น
.
สรุป ในการทำงาน เราต้องวางแผนการทำงาน บางคนอาจเขียนมาเป็นรูปร่าง แต่ของพี่มดนี่ ร่างไว้ในหัว มองเส้นทางตั้งแต่ต้นจนจบให้ได้ เมื่อเกิดปัญหาอุปสรรคให้มองเป็นความท้าทาย เป็นสิ่งที่เราจะต้องหาทางแก้ไขเมื่อผ่านไปได้เราจะเติบโตขึ้น สิ่งสำคัญ นึกเสมอว่า ไม่มีอะไรที่เราจะทำแล้วทำไม่ได้
"ทุกคนเกิดมาพร้อมความสามารถในการเข้าถึงความสำเร็จ เท่าเทียมกัน" หาให้เจอค่ะ ว่าเราเกิดมาเพื่ออะไร

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น